ทิศทางตลาดโลก รถ EV ปี 2026 รถไฟฟ้าอาจพุ่งถึง 116 ล้านคัน
ในปี 2026 นี้ เทรนด์ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะทิศทางตลาดรถทั่วโลก ที่มีการวิเคราะห์ออกมาแล้วเช่นกัน ว่าตลาดรถ EV ทั่วโลกปี 2026 นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะการเติบโตของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน รวมถึงจำนวนผู้ใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก ที่คาดว่าจะมีรถ EV วิ่งบนถนนในปีนี้มากถึง 116 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของภาพรวมตลาดรถปีนี้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ภาพรวมตลาดรถ EV ทั่วโลกปี 2026
โดยภาพรวมของ ตลาดรถ EV ทั่วโลก ปี 2026 นี้ จากทาง Gartner คาดการณ์เอาไว้ในเบื้องต้นแล้วว่า ทั่วโลกจะมีรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนถนนมากถึง 116 ล้านคัน นับรวมทั้งกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคล, รถบัส, รถตู้ และรถบรรทุกไฟฟ้า หรือ EV Truck โดยเป็นการเติบโตที่พุ่งสูงถึง 30% ซึ่งถือว่าสวนทางกับมาตรการอุดหนุนจากทางภาครัฐของหลาย ๆ ประเทศ ที่มีการลดเงินอุดหนุนลงมา
สำหรับตัวเลขการเติบโตของการใช้รถไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางของการใช้รถ EV ทั่วโลก ปี 2026 นี้ ทาง Jonathan Davenport ซึ่งเป็นผู้อำนวยการนักวิเคราะห์อาวุโสของทาง Gartner ก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยเช่นกันว่า
“แม้ว่าเงินอุดหนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีการตั้งกำแพงภาษีรถนำเข้า รวมถึงการยกเลิกให้เงินอุดหนุนการซื้อรถ EV ในหลาย ๆ ประเทศ แต่ความนิยมการซื้อรถ EV ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นถึง 30% ในปี 2026 นี้อยู่” (ที่มา : Gartner.com)

1. ปี 2026 รถ EV สัญชาติจีน ครองตลาดกว่า 61%
ในช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าผู้ที่ติดตามเทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะเห็นแล้วว่า แบรนด์รถยนต์ EV สัญชาติจีน ได้รับความนิยมมากขึ้นแบบก้าวกระโดด และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2026 นี้ คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน จะมีการใช้งานสูงถึง 61% ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันในตลาดที่สูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมต่อผู้บริโภค
เช่นเดียวกับในไทยที่แบรนด์รถยนต์ EV ของจีนก็เข้ามาทำตลาดหลายแบรนด์เช่นกัน และที่น่าจับตาก็คือ ดีลใหญ่ระหว่าง “กลุ่มธนบุรี และ NIO” ที่เตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในไทยปีนี้ ทั้งแบรนด์ NIO, INVO และ FIREFLY ที่ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมไปจนถึงรถไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้ในเมือง ในราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่าย
2. รถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ช้าลง
ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกปีนี้ เบื้องต้นคาดว่ารถกลุ่ม BEV หรือรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ล้วน 100% จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะช้าลงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเลือกรถยนต์พลังงานทางเลือกในตลาดมีมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ รถยนต์กลุ่ม PHEV ที่ได้รับความนิยมในปี 2026 นี้ โดยคาดว่าปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้า BEV จะมีจำนวนเฉลี่ย 76.34 ล้านคัน ส่วนกลุ่ม PHEV มีจำนวนเฉลี่ย 39.83 ล้านคัน รวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 116 ล้านคัน ตามการคาดการณ์ของทาง Gartner

3. รถ PHEV กลับมาได้รับความนิยมในปี 2026
สำหรับตลาดรถยนต์โลกปี 2026 นี้ รถกลุ่ม PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ถือว่าเติบโตรองลงมาจากรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม PHEV ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รถกลุ่มนี้กลับมาติดตลาด ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความอุ่นใจต่อการใช้งานจากเครื่องยนต์น้ำมัน ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ หรือการเจอปัญหาที่ชาร์จไฟฟ้าไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีคนเดินทางเป็นจำนวนมาก ๆ อาทิ เทศกาลปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือวันหยุดยาวอื่น ๆ เพราะถึงแม้ว่ารถยนต์กลุ่ม PHEV จะยังใช้น้ำมัน แต่ก็เป็นรถยนต์ที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้า สามารถชาร์จไฟเก็บในแบตเตอรี่ได้ และใช้น้ำมันในการขับขี่ได้เช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่ต้องการรถที่ประหยัดพลังงาน ขับขี่ได้ไกล ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่จนเกินไป และยังเป็นมิตรกับโลกอีกด้วย
แน่นอนว่า จากกระแสของรถยนต์กลุ่ม PHEV ที่กลับมาติดเทรนด์ตลาดรถของโลกปี 2026 นี้ ก็ทำให้หลาย ๆ แบรนด์เริ่มลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้เช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือ BYD ที่ก็ได้ตอบรับเทรนด์นี้ พร้อมกับการเน้นขายรถกลุ่ม PHEV มากขึ้น ไม่ได้ทำตลาดเฉพาะรถกลุ่ม BEV เท่านั้น เพื่อทำให้แบรนด์ยังคงติดตลาดและครองส่วนแบ่งได้สูงสุดในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับ Range Extender
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของโลกปี 2026 นี้ ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ Range Extender มากขึ้น หรือก็คือการเลือกรถยนต์ที่ขยายระยะทางอย่างกลุ่ม EREV และ REEV เพราะเป็นรถยนต์ที่สามารถขับขี่ได้ไกลกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง หรือแม้แต่การหาจุดชาร์จรถอีกต่อไป และที่สำคัญคือ ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ EV ของโลกในปีนี้ที่น่าสนใจเช่นกัน

สรุป
อย่างไรก็ตาม จากทิศทางของตลาดรถ EV ของโลกในปี 2026 นี้ ก็ถือว่ามีหลากหลายมุมมองเช่นกัน ที่ส่งผลต่อการทิศทางและการเปลี่ยนแปลงในตลาด เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนเรื่อง “อัตราภาษีสรรพสามิต 2569” ที่ส่งผลกระทบต่อราคารถยนต์ไฟฟ้าพอสมควร ซึ่งก็อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เช่นกัน ซึ่งแบรนด์รถยนต์ก็ต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ มาแข่งขันกัน เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดรถ EV ของไทย ปี 2026 ให้ได้มากที่สุด
ส่วนสถานการณ์ของตลาดในหลาย ๆ ประเทศ ที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดรถ EV ทั่วโลกไม่แพ้กัน อาทิ ประเทศจีน ที่มีความต้องการรถยนต์ EV สูงกว่าปีที่ผ่านมา ในขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหลาย ๆ แบรนด์ ก็ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งกลยุทธ์ด้านราคารถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่



