แจกสูตรคำนวณ ค่าไฟรถ EV มีอัตราสิ้นเปลืองเท่าไหร่ คิดยังไง?
การใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้รถอยากรู้มากที่สุดก็คือ มีวิธีคำนวณค่าไฟฟ้ารถ EV อย่างไรบ้าง เพื่อหา “อัตราสิ้นเปลืองรถไฟฟ้า” จากพฤติกรรมการขับขี่ของตนเอง เพราะฉะนั้น ทางอีโวลท์จะพาคุณมาดูกันว่า การคิดอัตราสิ้นเปลืองรถยนต์ไฟฟ้า ว่าค่าไฟรถยนต์ไฟฟ้าต่อกิโลเมตรอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง มีค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละกี่บาท พร้อมวิธีคำนวณค่าชาร์จไฟที่บ้าน แบบครบ จบ ในที่เดียว
เลือกอ่านตามหัวข้อ
วิธีคำนวณค่าไฟรถ EV ใช้เงินกี่บาทต่อ 1 กิโล?
การคำนวณหาค่าไฟฟ้า รถ EV ว่าใช้เงินกิโลเมตรละกี่บาท จะใช้ข้อมูลในการคำนวณ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าของรถ ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจะต้องบอกข้อมูลนี้เกือบทุกคัน เหมือนกับอัตราสิ้นเปลืองของรถยนต์สันดาปทั่ว ๆ ไป โดยเราจะนำมาคำนวณร่วมกับค่าพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย ซึ่งการคำนวณมีหลายวิธีมาก ๆ ดังนี้

สูตรคำนวณหาค่าไฟรถ EV ต่อกิโลเมตร
- ระยะทาง 100 กม. / อัตราสิ้นเปลือง = ไฟฟ้า 1 หน่วยกิโลวัตต์ วิ่งได้กี่กิโลเมตร
- นำระยะทางจากไฟฟ้า 1 หน่วยกิโลวัตต์ / ค่าไฟฟ้าที่จ่าย = อัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
ยกตัวอย่างคือ รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin 2025 รุ่น Standard Range มีอัตราสิ้นเปลือง 15.2 กิโลวัตต์ ต่อ 100 กิโลเมตร หากชาร์จไฟที่บ้านในเวลา Off – Peak ที่มีอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน แต่ไม่เกิน 250 หน่วย ที่จะมีราคาต่อหน่วย หรือค่าไฟรถไฟฟ้าต่อกิโลเมตรอยู่ที่ หน่วยละ 3.2484 บาท จะได้วิธีคำนวณ ดังนี้
- 100 / 15.2 = 6.578 (หมายถึง 1 หน่วยกิโลวัตต์ วิ่งได้ 6.578 กิโลเมตร)
- 3.2484 / 6.578 = 0.49 หรือประมาณ 0.50 บาท/กิโลเมตร
หมายเหตุ: หากต้องการคำนวณจากค่าชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ ให้นำอัตราค่าชาร์จไฟของสถานีมาคำนวณตามสูตรดังกล่าวได้เลย

วิธีคำนวณหาค่าไฟรถ EV จากระยะทางที่ขับจริง
- (ความจุแบตเตอรี่ x ค่าไฟฟ้าต่อหน่วย) / ระยะทางที่ขับขี่ได้จริง = ค่าไฟฟ้าต่อระยะทาง 1 กิโล
ยกตัวอย่างคือ หากขับขี่รถไฟฟ้า BYD Dolphin 2025 รุ่น Standard Range ซึ่งมีความจุอยู่ที่ 50.25 kWh มีอัตราสิ้นเปลือง สิ้นเปลือง 15.2 กิโลวัตต์ ต่อ 100 กิโลเมตร และหากยึดตามอัตราค่าไฟฟ้าที่บ้าน หน่วยละ 3.2484 บาท โดยการขับขี่จริงในครั้งนั้น สามารถขับขี่ได้ระยะทาง 350 กิโลเมตร จะมีวิธีคำนวณหาค่าไฟรถไฟฟ้า ดังนี้
- 50.25 x 3.2484 = 163.2321
- 163.2321 / 350 = 0.46 บาท/กิโลเมตร
หรือหากต้องการหาว่า รถคันนั้นจะวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่จริง ๆ จากความจุแบตเตอรี่รถ EV ก็สามารถคำนวนได้จากสูตรหาค่าไฟรถไฟฟ้า BYD ดังนี้
- (ความจุแบตเตอรี่ / อัตราสิ้นเปลืองของรถ) x 100 = ระยะทางที่ขับได้จริง
- จากตัวอย่างรถ BYD Dolphin จะได้ (50.25 / 15.2) x 100 = 330.59 กิโลเมตร
เพราะฉะนั้น จากการคำนวณจากทั้ง 2 สูตร จะเห็นได้เลยว่ารถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin 2025 รุ่น Standard Range สามารถขับขี่ได้อยู่ที่ประมาณ 330.59 – 350 (ระยะจริง) กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งระยะทางปลอดภัยที่ขับได้ก็จะอยู่ที่ 320 – 340 กม. (ให้ลบลงประมาณ 10 กม. เพราะมีความตัวแปรของสภาพถนน การขับขี่ขึ้นลงทางลาดชัน ความเร็วที่ใช้ และสภาพอากาศที่ส่งผลต่อการใช้ไฟฟ้า)

การคำนวณหาค่าไฟรถ EV ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง
นอกจากนี้ หากใครที่ต้องการคำนวณว่า การใช้ Home Charger หรือแม้กระทั่งการใช้ EV Charging Station ในแต่ละครั้งในการชาร์จไฟรถ EV มีค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่เท่าไหร่บ้าง ก็สามารถคำนวณได้เช่นกัน โดยมีวิธีคิดดังนี้
- สมมติว่ารถยนต์ EV มีความจะแบตเตอรี่อยู่ที่ 50 kWh ค่าไฟฟ้าบ้านที่ใช้อยู่ที่หน่วยละ 4.2
- สูตร หน่วย kWh x ค่าไฟฟ้าต่อหน่วย = ค่าชาร์จไฟต่อครั้ง
- 1 หน่วย = 1 kWh
- 50 kWh = ไฟ 50 หน่วย
- หากชาร์จแบตจาก 0 – 100% จะได้ 50 x 4.2 = 210 บาท
ดังนั้น หากชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ จะต้องนำอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยมาคำนวณแทนหา ในการหาค่าไฟรถไฟฟ้า เช่น ค่าชาร์จไฟที่ Evolt EV Charging Station สถานีนั้นอยู่ที่ราคา 9 บาท/หน่วย และหากชาร์จไฟจาก 0 – 100% ก็จะได้ค่าไฟต่อการชาร์จอยู่ที่ 50 x 8 = 400 บาท เป็นต้น
แต่อีกหนึ่งกรณีคือ การชาร์จไฟที่ไม่ใช่การชาร์จแบบ 0 – 100% แต่คือการชาร์จตามเปอร์เซ็นต์ เช่น หากครั้งนั้นชาร์จไฟอยู่ที่ 20% ก็ต้องหาเปอร์เซ็นต์จากหน่วย kWh ซึ่งกรณีนี้จะได้ 10 kWh ที่ชาร์จแบต เมื่อนำมาเข้าสูตรจะได้ 10 x 4.2 = 42 บาท หมายความว่าการชาร์จไฟ 20% ในครั้งนั้น จ่ายค่าไฟไป 42 บาท เป็นต้น

สรุป
สำหรับการคำนวณค่าไฟรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้า มีหลายวิธีที่สามารถนำมาคำนวณได้ ทั้งการหาค่าไฟฟ้าต่อ 1 กิโลเมตร หรือการหาค่าเฉลี่ยค่าไฟจากระยะทางที่ขับได้จริง ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้ใช้รถแทบจะไม่ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลขเองแล้ว เพราะสามารถใช้แอปพลิเคชันบันทึกการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ให้คำนวณค่าไฟและระยะทางที่ขับขี่ได้แบบง่าย ๆ หรือหากชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ Evolt ก็สามารถดูข้อมูลและประวัติการชาร์จไฟ เพื่อคำนวณหาระยะทางที่ขับขี่ได้ง่าย ๆ ผ่านทางแอปฯ อีโวลท์เช่นกัน


